20 วิธีลดผมร่วง ผู้ชาย แก้ไขได้จริง อัปเดตล่าสุด 2021

ผมร่วง ผู้ชาย

ปัญหาผมร่วงเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง อย่างไรก็ตาม ผู้ชายมีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะผมร่วงมากกว่าผู้หญิง ซึ่งอาจพัฒนาไปเป็นอาการผมบางและหนังศีรษะล้านได้ เพราะเพศชายจะมีฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone Hormones) ที่หลั่งออกมามากกว่า เมื่อฮอร์โมนเพศชายไปจับกับเอนไซม์ 5 – alpha reductase ก็จะทำให้เกิดฮอร์โมน DHT – Dihydrotestosterone ซึ่งเป็นตัวการเร่งวงจรเส้นผม ทำให้เส้นผมมีอายุสั้นลง ผมหลุดร่วงเร็ว

ดังนั้น ผู้ชายจึงควรดูแลเส้นผมให้ดีและดูแลภาวะผมร่วงให้ดียิ่งกว่าผู้หญิง และต้องการการดูแลที่เฉพาะมากกว่า เพื่อบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะให้แข็งแรง สุขภาพดี ผมดกหนา จากภายใน ลดโอกาสเกิดภาวะโรคผมบางและศีรษะล้านในอนาคต

20 วิธีดูแลและป้องกันผมร่วง ผู้ชาย ทำง่าย แก้ไขได้ด้วยตัวเอง

1. เลือกใช้แชมพูแก้ผมร่วงสำหรับผู้ชาย

สภาพหนังศีรษะและผมของผู้ชายและผู้หญิงแตกต่างกัน ผู้ชายส่วนใหญ่จะมีรูขุมขนที่กว้างกว่าผู้หญิง เหงื่อออกง่ายกว่า และมีฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) ที่อาจทำให้เกิดฮอร์โมน DHT – Dihydrotestosterone มากกว่าปกติ ส่งผลต่อภาวะผมร่วงและศีรษะล้านโดยตรง แชมพูบางชนิดที่ผู้หญิงใช้จึงอาจไม่ได้เหมาะกับผู้ชายเสมอไป 

อย่างไรก็ตาม แม้การใช้แชมพูเดียวกับที่ผู้หญิงใช้จะไม่ได้มีผลเสียอะไร แต่สูตรหรือส่วนประกอบของแชมพูไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ชาย โดยเฉพาะกับปัญหาผมร่วง ผู้ชาย 

หากคุณมีปัญหาผมร่วง ควรเลือกแชมพูลดผมร่วงสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ และควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติและสามารถยับยั้งการเกิดฮอร์โมน DHT – Dihydrotestosterone ที่เป็นต้นต่อของปัญหาผมร่วง ผู้ชาย ได้ตรงจุดมากกว่า

2. สระผมให้ถูกวิธี ลดผมร่วง ผู้ชาย 

การสระผมที่ผิดวิธี สามารถทำให้ผมแตกขาดและหลุดร่วงได้ โดยเฉพาะคนที่กำลังประสบภาวะผมร่วง การสระผมที่ถูกวิธีจะช่วยลดปัจจัยผมขาดและผมร่วงขณะสระผมได้ วิธีการสระผมที่ถูกต้อง ได้แก่

  • ไม่ควรสระผมบ่อยเกินสัปดาห์ละ 3 – 5 ครั้ง หรือไม่เกินวันเว้นวัน
  • สระผมด้วยนำ้อุณหภูมิห้องหรือไม่ร้อนเกินไป เพราะจะทำให้หนังศีรษะและผมแห้ง
  • ชโลมน้ำให้ผมเปียกก่อนสระ
  • ถูแชมพูให้เกิดฟองก่อนลงเส้นผมโดยตรงเพื่อลดความเข้มข้นของแชมพู
  • สระด้วยปลายนิ้ว นวดคลึงที่หนังศีรษะ โคนผม และขยี้เส้นผมและปลายผมเบา ๆ
  • สระติดกัน 2 ครั้ง เพื่อทำความสะอาดและชำระล้างสิ่งสกปรก และเพื่อให้สารสกัดในแชมพูสามารถซึมเข้าสู่หนังศีรษะได้ดียิ่งขึ้น
  • ล้างแชมพูออกจากศีรษะและผมให้เกลี้ย ไม่ลื่น 

3. ไม่ขยี้เส้นผมรุนแรงและไม่เกาหนังศีรษะ

ขณะสระผมและขณะเช็ดผม ไม่ควรขยี้เส้นผมอย่างรุนแรง ใครที่ติดนิสัยสระผมด้วยการขยี้แรง ๆ ควรหยุดทันที เพราะการขยี้แรง ๆ จะทำให้เส้นผมถูกดึง อาจทำให้เส้นผมแตกขาด หลุดร่วงจากแรงดึงได้ นอกจากนี้ ไม่ควรเกาศีรษะทั้งขณะสระและระหว่างวัน เพราะการเกาอาจทำให้หนังศีรษะเกิดแผลขนาดเล็ก และในเล็บอาจมีแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของปัญหาเชื้อราและรังแคที่ส่งผลให้รากผมอ่อนแอ หลุดร่วง

สระผม

4.ไม่หวีผมขณะที่เปียก

เส้นผมที่เปียกอยู่จะพันกันง่าย เส้นผมที่พันกันมีโอกาสดึงกันและฉีกขาด เมื่อสางหรือหวีผมขณะที่ผมเปียกจะมีโอกาสสูงที่ทำให้เส้นผมแตกขาดและเพิ่มแรงดึงรากผม ทำให้รากผมโยกคลอน ยึดติดกับหนังศีรษะไม่แน่น ดังนั้น ก่อนที่จะหวีหรือสางผมควรเช็ดและเป่าผมให้แห้งสนิท เพื่อให้เส้นผมแยกออกจากกัน ช่วยให้หวีและสางได้ง่าย

5. เช็ดผมหรือเป่าผมให้แห้งเพื่อป้องกันการเกิดเชื้อรา

เมื่อสระผมเสร็จทุกครั้ง ควรเช็ดหรือเป่าผมให้แห้งสนิท เพราะการปล่อยหนังศีรษะและเส้นผมให้เปียก จะทำให้หนังศีรษะอุดตัน กระตุ้นการสร้างไขมันมากขึ้น เป็นสาเหตุให้หนังศีรษะมันหรือเกิดรังแค นอกจากนี้ ผมที่เปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา ยังเป็นสภาพที่เอื้ออำนวยให้เชื้อราเติบโตได้ง่าย ซึ่งเชื้อราคือปัจจัยหลักที่ทำให้หนังศีรษะเกิดรังแค รากผมอ่อนแอและหลุดร่วงง่าย

6. หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนสูงกับเส้นผม 

ความร้อนสามารถทำลายเส้นผมได้ตั้งแต่รากผม ไม่ว่าจะเป็นการสระผมด้วยนำ้อุ่นหรือน้ำร้อน รวมไปถึงการดัดผม การหนีบผม และการเป่าผมด้วยอุณหภูมิที่สูงเกินไป

การสระผมด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำร้อน มีข้อดีที่ทำให้รูขุมขนเปิด หนังศีรษะสามารถดูดซึมสารอาหารได้ดีและช่วยชะล้างไขมัน แต่ในทางกลับกัน หากสระด้วยนำ้ร้อนบ่อย ๆ ก็มีโอกาสทำให้รากผมไม่แน่น รูขุมขนกว้างทำให้มีโอกาสให้สิ่งแปลกปลอมเข้าไปอุดตัน รากผมไม่แน่น ผมหลุดร่วง เกิดเชื้อรา 

สำหรับการหนีบผม ดัดผม หากทำเป็นครั้งคราวและทิ้งระยะให้เส้นผมได้ฟื้นฟูก็ไม่เป็นไร แต่หากทำเป็นประจำ ความร้อนที่ใช้ดัด หนีบ หรือเป่าผม จะทำลายโครงสร้างเส้นผม ทำลายโปรตีนและเคราตินที่เป็นส่วนประกอบหลักของเส้นผม ทำให้ผมแตกหัก ขาดหลุดร่วง

7. เสริมโปรตีนให้ร่างกาย 

โปรตีนมีความสำคัญและมีประโยชน์ต่อการเสริมสร้างความแข็งแรงของเส้นผมไม่น้อยไปกว่าการสร้างกล้ามเนื้อ เพราะส่วนประกอบของเส้นผมถึง 95% คือ “โปรตีนเคราติน” (Keratin) ซึ่งทำหน้าที่เสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเส้นผม ช่วยเพิ่มความทนทานต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เช่น ความร้อน ความแห้ง ความชื้น เป็นต้น หากเส้นผมได้รับโปรตีนเคราตินที่เพียงพอ ผมจะเรียบ เแข็งแรง ไม่ขาดหลุดร่วง ผมเรียบเนียน เงางาม รักษาความชุ่มชื้นและไขมันในเส้นผมได้ดี ทำให้ไม่ขาดหลุดร่วงได้ง่าย

ปริมาณโปรตีนสำหรับผู้ชายที่ควรได้รับต่อวัน คือ 1 กรัม ต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัม เช่น ผู้ชายหนัก 65 กิโลกรัม ก็ควรได้รับโปรตีน 65 กรัม ต่อวัน เป็นต้น ซึ่งโปรตีนจะอุดมอยู่ในอาหารหลายประเภท เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นม และถั่วต่าง ๆ

8. เสริมไบโอติน

เติมไบโอตินเข้าสู่ร่างกายไปพร้อมกับโปรตีน “ไบโอติน” คือ วิตามินบี 7 หรือถูกเรียกว่า วิตามินเอส (Vitamin H) คือ วิตามินที่ช่วยเสริมสร้างโครงสร้างของโปรตีนเคราตินให้แข็งแรง ช่วยให้ผมไม่เปราะบาง มีเคราตินที่แข็งแกร่งทนทานต่อสภาพอากาศ  ลดผมหลุดร่วง ช่วยเร่งผมให้ยาวเร็วขึ้น และดำเงางาม

แหล่งไบโอตินที่สามารถหารับประทานได้ง่าย ๆ ได้แก่ ไข่แดง เครื่องในสัตว์ ถั่วเปลือกแข็ง (อัลมอนด์ ถั่วลิสง หรือวอลนัท) ถั่วเหลืองและพืชถั่วอื่น ๆ ธัญพืช กล้วย กะหล่ำดอก เห็ด เป็นต้น ทั้งนี้ ไบโอตินอาจเสื่อมคุณค่าหากผ่านความร้อนสูง แนะนำให้เสริมไบโอตินในร่างกายด้วยการรับประทานถั่วหรือผลไม้ที่มีไบโอตินสูง เพราะไม่ผ่านการปรุงเพียงไม่กี่ขั้นตอน

9. รับประทานวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่อเส้นผม

บำรุงเส้นผมจากภายในด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อุดมไปด้วยสารอาหารและแร่ธาตุที่จำเป็นต้องเส้นผม บำรุงเส้นผมให้แข็งแรง สุขภาพดี ทนทานต่อสภาพอากาศและปัจจัยเสี่ยงผมร่วง โดยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ควรเติมเข้าร่างกายเพื่อบำรุงเส้นผม ได้แก่

  • วิตามินเอ – พบได้ในผักสีส้ม/เหลือง เช่น ฟักทอง แครอท เป็นต้น ซึ่งวิตามินเอเป็นสารสำคัญในการสร้างไขมัน หากร่างกายขาดวิตามินเอ หนังศีรษะอาจแห้ง เพราะขาดน้ำมัน
  • ธาตุเหล็ก – รับประทานเหล็กที่อยู่ในผักใบเขียว โดยเหล็กจะช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางซึ่งรบกวนการนำส่งสารอาหารของเลือดไปยังหนังศีรษะและเส้นผม
  • สังกะสีและซีลีเนียม – ช่วยป้องกันผมร่วงและหนังศีรษะแห้ง หาได้จากธัญพืชต่าง  ๆ รวมไปถึงหอยนางรม เนื้อวัว และไข่
  • วิตามินซี – หนึ่งในสารสำคัญที่ใช้ประกอบสร้างเคราตินที่ดูแลเส้นผมและผลิตคอลลาเจนที่ช่วยเสริมสร้างเส้นเลือดฝอยที่ให้อาหารกับเส้นผม
  • วิตามินอี – วิตามินอีจากถั่วชนิดต่าง  ๆ จะช่วยปกป้องเส้นผมจากแสงแดดและความร้อน เพิ่มความแข็งแรงให้เส้นผมไม่ขาดหลุดร่วงได้ง่าย
  • โอเมกา 3 – รับประทานได้จากปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน หรือปลาทะเล โดยโอเมกา 3 จะช่วยให้หนังศีรษะและเส้นผมชุ่มชื้น

10. หลีกเลี่ยงการมัดหรือรวบผมจนตึงตลอดเวลา

สำหรับผู้ชายผมยาว การรัดหรือมัดผมคงเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะรัดรวบเพื่อความเรียบร้อย แต่งทรง หรือเพื่อความคล่องตัว อย่างไรก็ตาม ไม่ควรมัดหรือรัดผมจึงตึงเกินไป จนกลายเป็นการดึงเส้นผมตลอดเวลา ทำให้รากผมยึดติดกับหนังศีรษะไม่แน่น และการรวบผมจนแน่นเป็นการบีบเส้นผมให้เปราะบาง แตกขาดง่าย

11. หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี 

ทราบกันดีว่า การทำสี ย้อมผม และการดัดยืดผม ต้องใช้สารเคมีในการกัดและทำลายโครงสร้างของเส้นผมตลอดจนหนังศีรษะ เพื่อให้สีติดหรือผมเปลี่ยนรูปทรง

สารเคมีจะทำให้เส้นผมสูญเสียความแข็งแรง ตามมาด้วยปัญหาผมแห้ง แตกปลาย ขาดและหลุดร่วงง่าย หนังศีรษะระคายเคืองและอาจเกิดการอักเสบ เพราะสารเคมีที่ใช้จะมีความเป็นกรด-ด่างที่สามารถทำลายความสมดุลของไขมันบนหนังศีรษะ ไม่ว่าจะเป็นสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไชด์ที่เป็นสารฟอกสีผม สารฟีนิลินไดอะมีนหรือสีย้อมผมชนิดถาวรที่ค่อนข้างอันตราย และแอมโมเนียที่เป็นตัวช่วยให้สีย้อมผมติดผม

12. ออกกำลังกายเพื่อรักษาสมดุลของฮอร์โมน 

การออกกำลังกายช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ช่วยให้เลือดสามารถนำสารอาหารไปเลี้ยงเส้นผมและหนังศีรษะได้ดี นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังเป็นการรักษาสมดุลฮอร์โมน ซึ่งสำหรับผู้ชาย มีฮอร์โมน 2 ชนิด ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาผมร่วง ได้แก่

  • ฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) ที่หากหลั่งออกมามากเกินไปแล้วไปจับกับเอนไซม์  5-Alpha reductase จะทำให้เกิดฮอร์โมน DHT – Dihydrotestosterone ที่ยับยั้งกระบวนการสร้างเส้นผม ทำให้ผมเกิดใหม่ได้ช้าลง จนผมบาง 
  • ฮอร์โมนไทรอยด์ (Thyroid hormone) ที่มีส่วนในการควบคุมไขมันในร่างกาย แต่หากไม่สมดุลก็อาจกระตุ้นให้หนังศีรษะหลั่งไขมันออกมามากเกินไป ทำให้หนังศีรษะมัน อุดตันง่าย รากผมอ่อนแอหลุดร่วงง่าย
วิ่งออกกำลังกาย

13. ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

นอกจากการรักษาสุขภาพให้ร่างกายทำให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ควรหลีกเลี่ยงหรือลดการดื่มแอลกอฮอร์ เพราะแอลกอออล์ส่งผลให้เลือดไหวเวียนไม่ดี ความดันเลือดไม่สม่ำเสมอ จนอาจทำให้เลือดลำเลียงสารอาหารไปยังเซลล์ต่าง ๆ ได้ไม่ดี ซึ่งเป็นต้นเหตุของเส้นผมขาดอาหาร รากผมอ่อน ผมหลุดร่วงได้ง่าย

14. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่

เช่นเดียวกับการดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ทำให้เสียสุขภาพและส่งผลเสียต่อหนังศีรษะและเส้นผม เพราะบุหรี่มีผลต่อหลอดเลือด อาจทำให้เส้นเลือดตีบและอุดตัน เลือดลำเลียงอาหารไปเลี้ยงหนังศีรษะและรากผมได้ไม่ดี ทำลายต่อมเส้นผมและเซลล์รากผม ทำให้แก่เร็วขึ้น เพิ่มการสร้างฮอร์โมน DHT และเร่งวงจรชีวิตเส้นผมให้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของปัญหาผมร่วง ผู้ชาย 

15. ลดความเครียด

ความเครียดเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาผมร่วง เพราะทำให้ฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล ความดันโลหิตไม่สม่ำเสมอ และทำให้เกิดโรคผมร่วงโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นโรคผมร่วงทั่วศีรษะ (Telogen Effluvium) โรคดึงผม (Trichotillomania) และโรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia areata) เนื่องจากฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติ ส่งผลให้วงจรชีวิตเส้นผมหมุนเร็วขึ้น เร่งระยะเติบโต (Anagen) ของเส้นผมให้เข้าสู่ระยะเสื่อมสภาพ (Catagen) หรือผมร่วงเร็วขึ้น

วงจรเส้นผม

16. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

ร่างกายมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก เลือดที่ทำหน้าที่ส่งสารอาหารต่าง ๆ ก็คือน้ำ หากร่างกายขาดน้ำ เลือดจะข้นและเคลื่อนไหวได้ไม่ดี ควรดื่มน้ำให้เพียงพอหรือวันละ 8 – 10 แก้ว (ประมาณ 18,000 มิลิลิตรขึ้นไป) ด้วยการจิบตลอดวัน ไม่ใช่การดื่มน้ำรวดเดียว เพราะน้ำจะลงไปกระเพราะปัสสาวะ 

การดื่มน้ำเพื่อรักษาปริมาณน้ำในร่างกายให้เพียงพอ จะทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี สามารถนำสารอาหารไปเลี้ยงเส้นผมได้เต็มที่ ช่วยให้หนังศีรษะไม่แห้ง 

17. นวดหนังศีรษะ (Scalp massage)

การนวดศีรษะเป็นการกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ช่วยให้เส้นผมได้รับสารอาหารเต็มที่ ทุกครั้งที่สระผม แนะนำให้นวดหนังศีรษะเบา ๆ เพื่อให้สารอาหารในแชมพูซึบซาบลงผิวหนังและรากผมได้ดี หรือนวดด้วยน้ำมันหลังสระผมด้วยก็ยิ่งดี

18. ใช้น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะกอก

หลังสระผมให้ใช้น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะกอกชโลมหนังศีรษะและเส้นผม นวดหนังศีรษะประมาณ 2 – 3 นาที วิธีการนี้เป็นหนึ่งในวิธีดูแลและบำรุงสุขภาพหนังศีรษะและเส้นผมที่ดีและง่ายที่สุด ช่วยแก้ปัญหาหนังศีรษะแห้ง รังแค ยับยั้งโอกาสเกิดเชื้อรา ลดโอกาสเกิดผมร่วง ปลอบประโลมความเครียดจากปฏิกิริยาแอนติออกซิแดนท์และอาการอักเสบบนหนังศีรษะด้วยสรรพคุณและสารอาหารที่อยู่ในน้ำมัน 

ในน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันมะกอก มีกรดไขมันดีที่ช่วยปกป้องความชุ่มชื้น ป้องกันรังแค อีกทั้งยังมีสารอาหารที่จำเป็นต่อเส้นผม เช่น วิตามินอี วิตามินเค เหล็ก และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านเชื้อราและแบคทีเรีย ลดอาการอักเสบของแผลบนหนังศีรษะได้ 

19. รักษาผมร่วงด้วยการบำรุงผมและหนังศีรษะด้วยเซรั่มบำรุงผม

เซรั่มบำรุงเส้นผมเปรียบเสมือนตัวช่วยเติมสารอาหารให้หนังศีรษะและเส้นผมโดยตรง เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่มีปัญหาผมร่วง บำรุงร่วมกันไปกับการรักษาสุขภาพและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ช่วยลดภาวะผมร่วง ผู้ชาย จากภายในสู่ภายนอก 

วิธีการเลือกเซรั่มสำหรับปัญหาผมร่วง ผู้ชาย ควรจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ชายโดยเฉพาะ เพราะต้นตอของปัญหาผมร่วง ผู้ชาย เกิดจากฮอร์โมน DHT เป็นหลัก ประกอบกับสภาพผิว รูขุมขนที่กว้างกว่าผู้หญิง และกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่ทำให้มีเหงื่อมาก เซรั่มลดผมร่วงที่จัดการปัญหาได้ตรงจุดและเน้นการเติมสารอาหารที่ช่วยทำให้หนังศีรษะและเส้นผมแข็งแรงจากภายในจะให้ผลที่ยั่งยืนกว่า

หัวลูกกลิ้ง

แนะนำผลิตภัณฑ์เซรั่ม Shizenlabs Innogro™ Anti-hair Loss Serum for Men เซรั่มลดผมร่วงจากสารสกัดธรรมชาติออกแบบสูตรสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ มีความพิเศษที่หัวลูกกลิ้ง ใช้นวดคลึงเซรั่มลงบนหนังศีรษะให้สารอาหารซึมซาบได้เต็มที่ นอกจากนี้แล้ว เซรั่มของชิเซนแลบ (Shizenlabs) ยังมีคุณสมบัติที่เข้าจัดการปัญหาผมร่วงอย่างตรงจุด

  • มี DHT BLOCKERS ช่วยยับยั้งฮอร์โมน Dihydrotestosterone (DHT) ที่เป็นต้นเหตุหลักของปัญหาผมร่วง ผมบาง เพราะสาร DHT ที่มากเกินไปจะไปจับกับเซลล์เส้นผมทำให้รากผมฝ่อและหลุดร่วงง่าย
  • เพิ่มการผลิต Fibroblast Growth Factor (FGF-7) ช่วยลดระยะเวลาของวงจรผมระหว่างระยะหยุดเติบโตและระยะเติบโตยาวนานขึ้น ช่วยให้ผมหนาขึ้น
  • เพิ่มการไหลเวียนโลหิต ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงรูขุมขนบนหนังศีรษะได้ดีขึ้น เลือดสามารถลำเลียงสารอาหารไปเลี้ยงเส้นผมได้ดีขึ้น

20.ใช้แชมพูแก้ผมร่วงร่วมกับเซรั่มบำรุงผม

แชมพูและเซรั่มลดผมร่วง คือ ตัวเลือกแก้ไขปัญหาผมร่วงอย่างจริงจัง แชมพูส่งผลกระทบต่อหนังศีรษะและเส้นผมอย่างมาก เพราะเป็นสิ่งที่ใช้ทุกเป็นประจำ จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์อย่างรอบคอบ สำหรับเซรั่มบำรุงผมก็คือตัวช่วยเติมสารอาหารและสารที่ช่วยยับยั้งสาเหตุของปัญหาผมร่วงอย่างตรงจุด ช่วยเร่งความเร็วให้ผมเกิดใหม่ หากใช้แชมพูและเซรั่มลดผมร่วงร่วมกันก็จะยิ่งเห็นผลลัพธ์ที่ดีและเห็นผลไวยิ่งขึ้น

เซรั่มบำรุงผม

แชมพูและเซรั่มลดผมร่วงของชิเซนแลบ ผ่านงานวิจัยที่ลงลึกถึงระดับฮอร์โมนและศึกษาต้นตอสาเหตุผมร่วง ผู้ชายอย่างจริงจัง พิถีพิถันในการคิดสูตรและเลือกส่วนผสมจากธรรมชาติที่ตรงเข้าแก้ปัญหาโดยตรง
เพื่อเสริมสร้างสุขภาพหนังศีรษะและเส้นผมของคุณจากภายใน 

วิธีใช้แชมพูและเซรั่มลดผมร่วง ผู้ชาย จากชิเซนแลบ

สระผมด้วยแชมพู Shizenlabs Innogro™ Anti-Hair Loss for Men 2 รอบ เพื่อทำความสะอาดและชะล้างสิ่งสกปรก และเพื่อให้สารอาหารในแชมพูซึมซาบลงรากผมและผมหนัง หลังจากนั้นล้างทำความสะอาดแชมพูให้สะอาด เช็ดหรือเป่าผมจนแห้ง จากนั้นใช้เซรั่มหัวลูกกลิ้ง Shizenlabs Innogro™ Anti-Hair Loss for Men นวดคลึงบนหนังศีรษะบริเวณที่มีปัญหา (สามารถใช้ได้เช้า – เย็น เมื่อผมแห้ง แม้ไม่ได้สระผม) เพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตและเพื่อให้สารอาหารซึมลงผิวหนังได้ง่าย

วิธีลดผมร่วง ผู้ชาย ทั้ง 20 ข้อนี้ คุณสามารถทำได้ทุกข้อ เพื่อดูแลผมและแก้ไขปัญหาผมร่วง เพื่อผลลัพธ์ผมกลับมาดกดำอย่างรวดเร็ว แนะนำให้ใช้แชมพูและเซรั่มลดผมร่วงของชิเซนแลบทุกวันเพื่อยับยั้งต้นเหตุของปัญหาผมร่วง 

ติดต่อสั่งซื้อสินค้าของเราได้ที่ช่องทางต่อไปนี้

ติดต่อสั่งซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผม Shizenlabs

Website: shizenlabs.com

Facebook Page: facebook.com/shizenlabs 

Lazada: shizenlabs

Shopee: shopee.co.th/shizenlabs 

Central: central.co.th/th/search/shizenlabs 

Konvy: konvy.com/brand/shizenlabs/

ผมร่วง ผมบาง

ผมร่วง ผมบาง รักษายังไง แก้ไขปัญหาที่ต้นตอ อัปเดต 2022

ผมร่วง ผมบาง ปัญหาที่กวนใจหลายๆ คน เกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ซึ่งถึงแม้ว่าภาวะผมร่วงจะไม่ได้เป็นอันตรายต่อชีวิต แต่ก็เป็นภาวะที่ทำให้ขาดความมั่นใจ ส่งผลต่อบุคลิกภาพ เป็นปัญหาที่หลายคนอยากจัดการและหาวิธีรักษาผมร่วง ผมบาง หลากหลายวิธีมารักษา พร้อมกับการบำรุงเพื่อฟื้นฟูหนังศีรษะและเส้นผมให้กลับมาดกดำเช่นเคย

แชมพูแก้ผมร่วง

Shizenlabs เซรั่มและแชมพูแก้ผมร่วง จากธรรมชาติ

อาการผมร่วง ปัญหากวนใจสำหรับหลาย ๆ คน ซึ่งสาเหตุของผมร่วงก็มาจากหลากหลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายในอย่างฮอร์โมน ความเครียด หรือปัจจัยภายนอกอย่างพฤติกรรมหรือนิสัยในการดูแลเส้นผมของแต่ละคน แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นทางเลือกรักษาผมร่วงง่าย ๆ ทำได้ทุกคน คือ

We Are Here For You

We care about your experience. Fill in your details and we’ll contact you shortly.